ศูนย์บริการการประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction Service Center )

การประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) หรือ การประมูลออนไลน์ (Online Auction) เป็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในกิจกรรมการจัดซื้อจัดจ้างได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถแสดงผลและประวัติการเสนอราคาอย่างเป็นปัจจุบันที่สุด (real-time) และให้ความเป็นเสรีและเสริมพลวัตในเวทีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม โดยอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและแข่งขันราคา ประมูลออนไลน์ (Online Auction) จึงนับเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถตกลงราคาสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาอันรวดเร็ว ไม่เพียงแต่ขั้นตอนที่โปร่งใสตรวจสอบได้ แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ประหยัดเวลาและทรัพยากรของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

 

ผู้ให้บริการ e-Auction

    มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ บริษัทพันธวณิช จำกัด จัดทำบันทึกข้อตกลงการจัดตั้งศูนย์ให้บริการการประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction Service Center) ในวันที่ 19 ธันวาคม 2548 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย และหน่วยงานราชการต่าง ๆ

    ด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ที่ทันสมัย ทำให้ได้รับความไว้วางใจในการให้บริการจากหน่วยงานต่างๆ  ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้ให้บริการการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานราชการต่างๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)  อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ซึ่งได้มีการปรับปรุงสถานที่ สิ่งก่อสร้าง และการจัดสวน ในด้านสถาปัตยกรรม ด้านภูมิสถาปัตยกรรม ด้านวิศวกรรมสุขาภิบาล เพื่อเตรียมรับงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ฯ ราชพฤกษ์ 2554 ระหว่างวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ถึง 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่  อีกทั้งภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ได้มีการปรับปรุงอาคารเรียน หอพัก สระว่ายน้ำ และสถานที่สำคัญภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งได้จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีประมูลด้วยระบบเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น

 

การให้บริการที่เหนือกว่า

• มีทีมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการจัดประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการให้บริการปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิด ตลอดทุกขั้นตอนของการดำเนินงานประมูล

• ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์ทั้งซอร์ฟแวร์ และฮาร์ดแวร์ในการกำหนดติดตั้งระบบ ตรวจสอบ และให้บริการแก่ทั้งผู้ริเริ่มประมูลและผู้ขาย

• ทีมผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาสรรหาผู้ขายรายใหม่ให้ตามหลักเกณฑ์ และมาตรฐานที่กำหนด

• มีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ขาย โดยเปิดโอกาสให้ผู้ขายได้ทดลองเสนอราคาผ่านระบบด้วยตนเองก่อนวันประมูลจริง

• มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองด้วยมาตรฐานระดับโลก

• มีการจัดทำรายงานผลการประมูลและการวิเคราะห์ภายหลังการประมูล

• ห้องเสนอราคา จำนวน 20 ห้อง ที่ได้มาตรฐานผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคลังจังหวัดเชียงใหม่และได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

• มีเจ้าหน้าที่ให้บริการปรึกษาและแนะนำด้านระบบ e-GP

 

การพัฒนาการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement) โดยกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

    การพัฒนาการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement) กำหนดให้ส่วนราชการ  รัฐวิสาหกิจ  องค์การมหาชน   และหน่วยงานของรัฐทุกแห่งลงประกาศจัดซื้อจัดจ้าง/ประกาศประกวดราคาให้เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางในเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ทราบล่วงหน้าและเกิดการแข่งขันกันอย่างแท้จริงในการเสนอราคา  ดังนั้น   กระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารงานด้านพัสดุจึงได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงกฎระเบียบ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ขึ้น

    การพัฒนาระบบ e-GP ในช่วงแรกเป็นระบบที่ใช้งานในปัจจุบันที่เน้นให้หน่วยจัดซื้อ ภาครัฐประกาศจัดซื้อจัดจ้างบนเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างและพัสดุภาครัฐ (www.gprocurement.go.th) เพื่อความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น ไม่สามารถติดตามความคืบหน้าของการจัดซื้อจัดจ้างในระบบได้  นอกจากนี้ระบบงานปัจจุบันได้เริ่มให้บริการตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ล้าสมัยและไม่สามารถขยายประสิทธิภาพของระบบงานได้  รวมทั้งไม่สามารถรองรับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นได้  กรมบัญชีกลางจึงได้มีโครงการพัฒนาระบบ e-GP  เพื่อสามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น  ๓  ระยะ ดังนี้

 

ระยะที่ ๑ พัฒนาระบบศูนย์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้บริหาร และหน่วยงานภาครัฐสามารถติดตามสถานะหรือความคืบหน้าของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้ในลักษณะ Online ซึ่งหากหน่วยงานภาครัฐจัดซื้อจัดจ้างได้เร็วก็จะสามารถเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล ระบบงานในระยะนี้ครอบคลุมถึงการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีสอบราคา ประกวดราคา และการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งมีขอบเขตของงานที่พัฒนา  ดังนี้

    ๑.๑ ระบบลงทะเบียน  (Registration management Center)  ประกอบด้วย   ๓  ระบบงานย่อย  ได้แก่  ระบบลงทะเบียนหน่วยจัดซื้อภาครัฐ  ระบบลงทะเบียนผู้ค้ากับภาครัฐ   และระบบลงทะเบียนผู้สนใจทั่วไป

    ๑.๒ ระบบปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Operation System) เป็นระบบปฏิบัติงานของหน่วยจัดซื้อภาครัฐ ซึ่งระบบนี้ได้พัฒนาการปฏิบัติงานจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนของการสอบราคา การประกวดราคา และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์  พ.ศ. ๒๕๔๙  โดยครอบคลุมขั้นตอน เช่น การจัดทำร่างขอบเขตโดยละเอียดของงาน (TOR)  จัดทำประกาศและเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง  การยื่นซองข้อเสนอ  การพิจารณาผล  และจัดทำประกาศผู้ชนะ  เป็นต้น

    ๑.๓ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System) เป็นระบบรายงานและสถิติการจัดซื้อจัดจ้าง โดยสามารถดูรายงานการจัดซื้อจัดจ้างได้ตามมิติต่างๆ เช่น รายหน่วยงานรายจังหวัด  รายเดือน/ปี  และรายวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง  เป็นต้น  เพื่อให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์ วางแผน และประกอบการตัดสินใจจัดซื้อจัดจ้าง และเพื่อให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบสามารถตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างได้ด้วย

    ๑.๓  ระบบ  Help Desk  เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการถาม - ตอบปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างทั้งในส่วนของระเบียบว่าด้วยการพัสดุ และการปฏิบัติงานในระบบ e-GP ซึ่งระบบ Help Desk จะมีการจัดเก็บคำถาม-คำตอบอย่างเป็นหมวดหมู่ในลักษณะของฐานข้อมูล เพื่อสะดวกต่อการเรียกใช้ของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและการประมวลคำถาม – คำตอบ  เพื่อมาจัดทำ  Frequently Asked Questions  (FAQ)  เผยแพร่ต่อไป

 

ระยะที่  ๒  พัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) เพิ่มเติม เพื่อรวบรวมการจัดซื้อจัดจ้างให้ครบถ้วนทุกวิธีตามที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้กำหนดไว้ การเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ GFMIS  ธนาคารพาณิชย์ในส่วนของการค้ำประกัน  ศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษาไทย รวมถึงระบบบริหารสัญญาและการคำนวณค่าปรับ เป็นต้น ขณะนี้ได้ดำเนินการประกาศประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว    ซึ่งคาดว่าสามารถนำระบบมาใช้งานได้ในปีงบประมาณ  พ.ศ. ๒๕๕๔

 

ระยะที่ ๓  e-Marketplace เป็นการพัฒนาเพื่อเป็นตลาดกลางซื้อขายสินค้าและบริการภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace)  โดยเป็นสื่อกลางในการซื้อ-ขายสินค้าและบริการภาครัฐ ระหว่างผู้ซื้อ (Buyer) และผู้ค้า (Supplier) ซึ่งจัดเป็นลักษณะของตลาดกลางแบบ B2G คือ ตลาดกลางสินค้าระหว่างธุรกิจร้านค้า (Business) กับหน่วยงานภาครัฐ (Government)  ซึ่งคาดว่าสามารถนำระบบมาใช้งานได้ในปีงบประมาณ  พ.ศ. ๒๕๕๕

การให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานของรัฐทุกแห่งที่ลงประกาศจัดซื้อ จัดจ้างสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ  (www.gprocurement.go.th)   เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติงานจากระบบงานเดิมไปสู่ระบบงานใหม่  ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ  ผู้ค้าภาครัฐ  และผู้สนใจทั่วไปจะได้รับประโยชน์จากระบบ e-GP ที่ได้พัฒนา ดังนี้

๑.  หน่วยงานภาครัฐ

    (๑) หน่วยจัดซื้อภาครัฐสามารถปฏิบัติงานบนระบบ e-GP ได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนที่ระเบียบกำหนด  ซึ่งเป็นการลดความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างของเจ้าหน้าที่

    (๒)  หน่วยงานภาครัฐมีฐานข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างที่ทันสมัยมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ทั้งในระดับหน่วยจัดซื้อ ระดับจังหวัด  ระดับกรม  ระดับกระทรวง  และระดับประเทศได้ 

    (๓)  หน่วยงานภาครัฐสามารถติดตามการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละโครงการได้ว่าอยู่ในขั้นตอนใด ซึ่งจะช่วยให้ส่วนราชการเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    (๔)  เพิ่มความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น  เนื่องจากระบบจะเก็บข้อมูลการปฏิบัติงานไว้ทุกขั้นตอน 

    (๕) หน่วยงานกำกับดูแลสามารถนำข้อมูลต่างๆ มาวิเคราะห์เพื่อประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านการจัดซื้อจัดจ้างได้

    (๖)  มีศูนย์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างในระดับประเทศที่ทันสมัย  เป็นปัจจุบัน  สามารถสืบค้นข้อมูลได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

 ๒.  ผู้ค้าภาครัฐ

    (๑) ระบบ e-GP สนับสนุนให้ผู้ค้าภาครัฐ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างได้สะดวก และเท่าเทียมกัน ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ค้ารายใหม่ๆ สามารถเข้าร่วมจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐได้มากยิ่งขึ้นด้วย

    (๒) ระบบ e-GP ยังช่วยสร้างความเป็นสากลให้กับผู้ประกอบการของไทยให้มีการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบและคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้ภาคธุรกิจของประเทศไทยต่อไป

    (๓)  ระบบ e-GP ช่วยให้ผู้ค้าสามารถติดตามสถานะโครงการของตนเองได้ตลอดเวลา  และยังทราบข้อมูลข่าวสารโครงการอื่นๆ  ที่อยู่ในความสนใจหรืออยู่ในธุรกิจที่ผู้ค้านั้นๆ ดำเนินกิจการอยู่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทันเวลา โดยผู้ค้าต้องลงทะเบียนไว้ในระบบฯ

 ๓  ผู้สนใจทั่วไป

    (๑) สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง อาทิ ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง  กฎระเบียบ ตลอดจนข่าวกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น

    (๒)  สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐได้ในอีกทางหนึ่ง